บทความรำลึกถึง Steve Jobs จากน้องสาวถึงพี่ชายผู้เป็นที่รัก

ปกติผมไม่ได้เป็นสาวก Apple แต่เนื้อหาบทความให้แง่คิดน่าสนใจจริง ๆ เลยนำมาลงครับ

บทความนี้ เป็นบทความเพื่อรำลึกถึง Steve Jobs ผู้เป็นพี่ชาย จาก Mona Simpson

ถึงแม้เราจะได้ยินข่าวในหลายแง่มุมของ Steve Jobs แต่ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาในชีวิตการทำงาน การเป็น CEO ผู้มีชื่อเสียง หรือเป็นศาสดาทางไอที เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของ Steve Jobs มีออกมาให้เห็นน้อยมาก และข่าวที่มีก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีซักเท่าไหร่ด้วย

บทความของ Simpson นี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพของ Steve Jobs ในฐานะปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง คนที่พยายามจนประสบความสำเร็จ และคนที่มีความรักให้ครอบครัวอย่างเหลือล้น โดยได้เขียนไว้เป็นการบอกเล่าเรื่องราว … จะเป็นอย่างไร เชิญติดตามอ่านได้เลย …

วันหนึ่งได้มีทนายโทรศัพท์หาชั้น และบอกว่าชั้นมีพี่ชายที่มีชื่อเสียงและรวย(มาก) และนั่นทำให้ชั้นตื่นเต้นมาก เมื่อเจอกับ Steve ครั้งแรก เขาเล่าว่าเขาทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเมื่อชั้นบอกว่า ชั้นกำลังคิดจะซื้อคอมพิวเตอร์อยู่พอดี Steve บอกว่าให้รอก่อน เพราะเขากำลังจะสร้างสิ่งที่สวยงามแบบที่สุดของที่สุด

ชั้นอยากเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Steve จาก 27 ปีที่รู้จักกัน ใน 3 ช่วงหลัก – ช่วงชีวิตการทำงาน ช่วงเวลาเจ็บป่วย และช่วงสุดท้ายของชีวิต

Steve ทำงานที่เขารัก และทำงานอย่างหนัก ทุกๆ วัน

เขาไม่เคยอายที่จะทำงานอย่างหนัก ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาล้มเหลว …. ถ้าคนฉลาดอย่าง Steve ไม่อายที่จะยอมรับในความพยายามนั้น ชั้นก็ไม่ควรอายเช่นกัน

เมื่อ Steve ถูกไล่ออกจาก Apple มันเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด เขาเล่าให้ชั้นฟังถึงดินเนอร์ที่มีผู้นำจาก Silicon Valley 500 คน โดยที่ Steve ไม่ได้รับเชิญ … เขาเจ็บปวด แต่ก็ยังไปทำงานที่ Next อยู่ทุกวัน

ความสวยงามคือคุณค่าสูงสุดของ Steve ….. ไม่ใช่ความแปลกใหม่

สำหรับนักริเริ่มเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ Steve กลับมีความจงรักภักดีอย่างน่าทึ่ง เช่น ถ้าเขาชอบเสื้อตัวไหน เขาจะสั่งซื้อเป็น 10 หรือ 100 ตัว และในบ้านของเขาน่าจะมีเสื้อคอเต่าสีดำเยอะมาก

เขาไม่ได้ชื่นชอบเทรนด์ใหม่ๆ หรือลูกเล่นทางการตลาด (gimmick) เขาเป็นเหมือนคนรุ่นเดียวกันนั่นแหล่ะ :P

ปรัชญาของ Steve ทำให้ชั้นนึกถึงประโยคที่ว่า “แฟชั่นคือสิ่งที่สวยงามในตอนนี้ แต่ดูน่าเกลียดในวันหน้า ศิลปะอาจจะดูน่าเกลียดในตอนแรก แต่มันจะดูสวยงามในภายหลัง”

(ลองคิดถึงแฟชั่นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จะมาใส่วันนี้คงไม่สวยนัก หรืองานศิลปะของแวนโก๊ะ ที่ตอนแรกไม่เป็นที่ยอมรับ แต่วันนี้ขายได้ราคาหลายพันล้านบาท)

ความรักเป็นสิ่งที่ Steve ให้ความสำคัญอย่างมาก เขาสนใจและเป็นห่วงชีวิตรักของคนรอบตัว … และทุกครั้งที่เขาเจอผู้ชายที่ดูดีน่าสนใจ เขาจะถามว่า “เฮ้ คุณโสดรึเปล่า อยากจะไปกินข้าวกับน้องสาวผมมั้ย?”

เมื่อวันที่เขาพบ Laurene (ภรรยา) Steve โทรมาบอกชั้นว่า “ผมเจอผู้หญิงที่สวยมาก เธอฉลาดมาก และมีหมา และผมจะแต่งงานกับเธอ” (เอาจริงดิ!!??)

Steve มีลูกกับ Laurene 3 คน หญิง 2 ชาย 1 (Eve, Erin และ Reed) และ Lisa ลูกสาวกับแฟนสมัยมัธยมปลาย

เขาเป็นพ่อที่รักและหวงลูกมาก เช่น กังวลใจเกี่ยวกับเรื่องแฟนของ Lisa, การเดินทางท่องเที่ยวและกระโปรงสั้นของ Erin, ความปลอดภัยของ Eve ในการขี่ม้า และ ภาพประทับใจไม่รู้ลืม กับการเต้นรำ Slow dance ของ Steve กับ Reed ในปาร์ตี้ฉลองรับปริญญา

ความรักที่ Steve มีต่อ Laurene ช่วยสนับสนุนเขา เขาเชื่อว่าความรักเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา และที่สำคัญ ความรักทำให้ Steve ไม่เคยพูดจาประชดแดกดัน ดูถูกผู้อื่น หรือมองโลกในแง่ร้ายเลย

Steve เลี้ยงลูกแบบติดดิน เหมือนเด็กปกติธรรมดาทั่วไป บ้านของเขาไม่ได้ตกแต่งหรูหรา อาหารเป็นแบบธรรมดาๆ พวกเขาเคยตกแต่งครัวใหม่เองและใช้เวลาเป็นปี และระหว่างนั้นต้องไปทำครัวในโรงรถ ในขณะที่ตึกออฟฟิศ Pixar เริ่มสร้างพร้อมกัน เสร็จในเวลาครึ่งเดียว

Steve เป็นมหาเศรษฐีที่มารับน้องสาวจากสนามบินด้วยตัวเอง ในชุดกางเกงยีนส์ตัวเก่ง

Steve เป็นคนถ่อมตัว และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และเวลาอยู่กับคนในครอบครัว เขาจะเป็นคนที่ตลกมาก

เขาเทิดทูน รัก และหวงแหน “ความสุข”

เมื่อ Steve เริ่มป่วย สิ่งที่เขาทำได้ก็น้อยลงเรื่อยๆ จากที่เขาเคยรักการเดินเที่ยวในปารีส หาร้านโซบะแสนอร่อยในเกียวโต หรือเล่นสกี ก็ทำไม่ได้แล้ว และในที่สุด แม้แต่ความสุขง่ายๆ เช่น ลูกพีชอร่อยๆ ก็ดึงดูดเขาไม่ได้อีกต่อไป

แต่ชั้นจำได้ถึงตอนที่ Steve หัดเดินอีกครั้งด้วยเก้าอี้ หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ทุกวันเขาจะลุกขึ้นบนขาที่ผอมลีบจนดูเหมือนจะรับน้ำหนักตัวเขาไม่ไหว ดัน เก้าอี้เพื่อเดินจากทางเดินในโรงพยาบาลไปทางห้องพยาบาล นั่งพักเหนื่อยบนเก้าอี้ หันหลังกลับและเดินใหม่ เขานับจำนวนก้าว และทุกๆ วันเขาจะเดินให้ไกลมากกว่าเดิม

เขาเป็นคนที่มีความพยายามอย่างสูง และรักในความพยายามของตัวเอง เขาเป็นคนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างแรง

แม้แต่ในช่วงเวลาที่น่ากลัวนี้ Steve ก็ยังห่วงใยและคิดถึงคนในครอบครัวเสมอ เขาตั้งเป้าหมายที่จะไปงานจบการศึกษามัธยมปลายของ Reed ไปเที่ยวโตเกียวกับ Erin และรับเรือที่สร้างเสร็จ โดย Steve ได้วางแผนจะพาครอบครัวไปเที่ยวรอบโลกด้วยเรือลำนี้

Steve เป็คนที่ไม่ชอบใช้สิทธิพิเศษ ไม่ชอบลัดคิว  แต่มีครั้งหนึ่งที่เขาไม่สบายด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรง หมอห้ามทุกอย่างแม้แต่น้ำแข็ง …. Steve อยู่ในห้อง ICU ธรรมดา ได้สารภาพว่าครั้งนั้นเขาอยากได้การดูแลที่ดีเป็นพิเศษ

ไม่มีใครรู้ว่า Steve จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น เขายังเดินหน้าโปรเจคต์ต่างๆ ทั้งงานที่ Apple ที่เขาสัญญาว่าจะทำให้เสร็จ และเรื่องส่วนตัว เช่น เรือที่ต่อค้างไว้ ลูกสาวของเขายังไม่ได้แต่งงาน และ Steve ก็อยากที่จะอยู่ในวันนั้นเพื่อเดินเคียงคู่กับลูกสาวและส่งตัวในพิธีแต่งงาน

เช้าก่อนวันเสียชีวิต Steve โทรบอกให้ชั้นรีบมาหาเขา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและรักใคร่ แต่เหมือนคนที่พร้อมจะเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ แม้ว่าจะเสียใจที่ต้องทิ้งคนที่รักเอาไว้เบื้องหลัง

เมื่อชั้นไปถึง เขายังคุยหยอกล้อกับ Laurene เหมือนคู่ที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป เขาจ้องมองลูกๆ และพูดคุยกับเพื่อนจาก Apple …. เมื่อ Steve บอกลาชั้น เขาขอโทษที่เราไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าเหมือนอย่างที่เราวางแผนกัน ไว้ เพราะถึงเวลาที่เค้าต้องไปแล้ว

หลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้สติอีกเลย ลมหายใจเขาหนักหน่วง ดูตั้งใจและเด็ดเดี่ยว ราวกับว่าเขากำลังนับลมหายใจของเขาเอง และนั่นทำให้ชั้นรู้ว่า Steve กำลังตั้งใจทำสิ่งนี้อยู่ … ความตายไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เขาเป็นคนทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

คำพูดสุดท้ายของ Steve คือ ….. OH WOW. OH WOW. OH WOW.

ที่มา : thumbsup.in.th